สมบัติคุณนายน้อย

 

สวัสดีค่า

 

ไดอะรี่หน้าก่อนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆไดอีสเรื่องอาหารเสริม ขอบคุณมากนะคะ แม่ก้อยจะนำไปใช้กับลูกบ้างค่ะ :)


ต่อเรื่องอาหารเสริมนิดนึง เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา แม่ก้อยลองทำอาหารเสริมแบบแช่แข็งแล้วค่ะ ใส่ที่ทำน้ำแข็งแบบมีฝาปิดไว้ทานได้ห้าวัน ทั้งข้าวตุ๋นครูด น้ำซุป (ใช้กระดูกหมู+หอมใหญ่+แครอท ออกมาน้ำซุปหวานอร่อยเชียว) และผักต่างๆ (บล็อคโคลี่ แครอท บัตเตอร์นัทสควอช) ทั้งหมดนี่ทำแยกกันค่ะ พอจะให้ลูกกิน ก็เอามาอุ่น ลูกจะได้ทานได้หลากหลาย


 

ข้าวตุ๋นจากคุณยาย ต้มแล้วบดผ่านตะแกรงแล้วหยอดใส่บล็อคแช่แข็งค่ะ

 

 

ข้าวตุ๋นกับน้ำซุปแช่แข็ง

 

 

 

ทำแบบแช่แข็งแล้วติดใจ ยุ่งไปเลยวันนึงดีกว่า วันเสาร์ฝากลูกให้พ่อเลี้ยงแป๊บนึง แล้วแม่มาทำอาหารให้ลูก ช่วงวันธรรมดาที่เลี้ยงลูกคนเดียว จะได้ไม่ต้องวุ่นวายมาก เพราะเลี้ยงลูกเล่นกับลูกก็หมดพลังไปแยะแล้วเนอะ

 

ไข่แดงยังใส่ให้บ้างเป็นบางวัน บางวันก็ยังทานเบบี้ซีเรียลอยู่ สลับๆกัน กลัวลูกเบื่อ อาทิตย์หน้าว่าจะบดปลาหรือปั่นเนื้อไก่ใส่ลงไปบ้าง  ตำราว่าควรให้ลูกทานปลาน้ำจืดก่อน ส่วนปลาทะเลให้เริ่มหลังขวบนึงเพื่อป้องกันลูกแพ้ แม่ก้อยเลยต้องไปหาข้อมูลจากแม่ๆต่างแดน ณ ชานเรือนมาว่าใช้ปลาอะไรทำอาหารให้ลูกได้ ก็ได้ความว่าส่วนใหญ่ใช้ปลา Cod และ Tilapia (ปลานิล) แต่บางคนก็ให้แซลมอนเลย หรือพวก Snapper (ปลากะพง) ซึ่งเป็นปลาทะเล แต่แม่ก้อยว่าเอาให้ชัวร์ใช้ Tilapia ดีกว่า เห็นมีขายตามซุปเปอร์ฯเยอะแยะ

 

คุณยายถามว่าให้กะทิทานอาหารเองเหรอ ถึงเลอะเทอะขนาดนั้น (ในที่สุดแม่ก็โทรหาคุณยายได้สำเร็จ กดจนมือหงิกหลายวันมากๆ ไม่มีคนรับบ้างหรือสายไม่ว่างบ้างค่ะ)

 

โอ คุณยายขา กะทิเพิ่งหกเดือนครึ่ง ยังทานเองไม่ได้หรอกค่ะ แม่ก้อยหรือพ่อป้อนค่ะ แต่ที่เลอะเทอะนั่นเพราะหลานคุณยายไม่อยู่เฉยเลย แย่งช้อนจากแม่ไปเล่นบ้าง ทั้งที่ให้ช้อนอีกคันนึงเล่นนะ แต่เธอชอบแย่งช้อนจากคนป้อนอ่ะ ทั้งหันหน้าไปทางโน้นนี่ คว้าโน่นนี่มาเล่น เลยเละเทะแบบนี้แหละค่ะ 


 

++++++++++++

 


 

อ่ะๆ มาเข้าเรื่องตามหัวข้อไดอะรี่ดีกว่า

 

ไดหน้าก่อนที่โชว์รูปกะทิทานอาหาร คุณตาแป๊ดช่างสังเกตมากว่ากะทิมีเก้าอี้ทานข้าวเอง ใช่แล้วค่ะ แม่ซื้อเก้าอี้ทานอาหาร (high chair) มาได้หลายอาทิตย์แล้ว ตอนแรกที่ยังไม่มีไฮแชร์ก็ป้อนลูกในรถเข็น ซึ่งไม่เหมาะเพราะมันไม่ใช่ที่กินข้าว ควรจะให้ลูกกินเป็นที่เป็นทาง เป็นการฝึกวินัยให้ลูกด้วย เลยลองหาซื้อค่ะ


พอดีเว็บไซต์สำหรับเจ้าหน้าที่เครือข่ายสาธารณสุขของอัลเบอร์ต้าซึ่งรวมโรงพยาบาลที่พ่อทำงานอยู่มีโพสต์ขายของมือสองกัน เราเลยลองหาดู ปรากฎเจอคนเอามาขายในราคาเหมือนได้เปล่าค่ะ คือมันเก่าแล้วอ่ะนะ แต่ก็ยังใช้การได้ดีอยู่ สีสรรก็โอเค แบบทรงอาจไม่ทันสมัย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักเพราะเอามาให้ลูกกินข้าว ไม่ใช่เอามาให้เล่น

 

 

คุณนายน้อยกับไฮแชร์ (พ่อกำลังป้อนนม)


 

รูปด้านข้างค่ะ เวลาไม่ใช้ถาดก็ถอดเสียบด้านหลังได้

 

ลองทายซิคะว่าซื้อมาเท่าไหร่


.........

...............

......................

.............................

 

 

แท่นแท๊นนนนน .. ราคา $5 ค่า (155 บาทไทย) ถูกม๊ากกกก แถมคนขายเอามาส่งให้ถึงบ้าน ไม่ต้องลำบากไปซื้อแบกขึ้นรถเมล์เลย ถึงได้บอกว่าเหมือนได้เปล่าเลย คนขายบอกว่าเก็บไว้นานแล้ว ตอนนี้ลูกโตกินข้าวบนโต๊ะกับพ่อแม่ได้แล้ว เลยเอามาส่งต่อจะได้เคลียร์โรงรถ ฮ่าๆ

 

นอกจากไฮแชร์ที่ได้จากเวบเครือข่ายฯแล้ว แม่ไปสอยของเล่นส่งเสริมพัฒนาการมาให้ลูกอีกชิ้น เป็นรถไฟ Walker ของ Leap Frog ค่ะ อันนี้เป็นของใหม่เอี่ยม แต่เจ้าของเอามาขายเพราะได้มาซ้ำกันตอนวันเกิดลูกชาย 

 

ก่อนซื้อแม่ก้อยก็พิจารณาแล้วว่าคุ้ม ราคาเต็มเกือบ $90 นี่ซื้อต่อเค้าแค่ $30 แล้วเจ้ารถไฟนี่มีทั้งสอน ABC เป็นเพลงและเป็นคำศัพท์ต่างๆ มีเพลงหลายเพลง ตรงที่นั่งเป็นที่เก็บของจุกจิกได้ ด้านหลังเป็นที่จับสำหรับฝึกเดินได้ คิดแล้วคุ้ม เลยตัดสินใจซื้อค่ะ  ลูกเล่นทุกวันๆละหลายรอบ คนขายเอามาส่งให้ถึงบ้านเช่นกัน :)

 

 

กำลังง่วนกับรถไฟค่ะ


 

ชะอุ๊ยย พ่อแอบถ่ายรูปหนู


 

ของชิ้นใหญ่อีกชิ้นที่ถอยมาให้คุณนายคือเครื่องนึ่งอาหารไฟฟ้า (food steamer) อันนี้เพิ่งซื้อมา เป็นมือสองจากเวบ Kijiji หลังจากเริ่มทำอาหารเสริมให้ลูกจริงจัง ตอนแรกแม่ก้อยใช้เครื่องนึ่งขวดนมลูกมานึ่งผัก ซึ่งมันก็ใช้ได้แหละ แต่ก็ไม่เหมาะเพราะเดี๋ยวเครื่องนึ่งจะไม่ถูกสุขลักษณะ แถมตอนหลังทำอาหารแช่แข็ง เลยซื้อเครื่องนึ่งอาหารเป็นเรื่องเป็นราวมาใช้ดีกว่า จะได้เอาไว้ทำอาหารผู้ใหญ่ทานด้วย


ราคาเต็มก็พอสมควร แต่นี่มือสองราคาเลยเหลือแค่ $15 ค่ะ ซื้อมาก็คุ้มอ่ะ ทำอาหารลูกไปหลายครั้ง และก็ทำปลานึ่งมะนาวกินกันเองด้วย ตัวที่นึ่งมีตั้งสามชั้น ทำได้พร้อมกันหลายอย่าง สะดวกดีค่ะ อ้อ มีถาดสำหรับหุงข้าวด้วยนะ ถ้ากินกันแค่สองคนก็ไม่ต้องใช้หม้อหุงข้าวใหญ่ค่ะ


 

แบบนี้ยี่ห้อนี้เลยค่ะ


 

สมบัติใหม่ชิ้นต่อไปของคุณนายกะทิคือรถเข็น ที่จริงเราก็เอาของ Combi ที่ซื้อไว้ก่อนลูกเกิดอีกมาด้วย ตอนอยู่เมืองไทยก็ใช้ดีมากเพราะส่วนใหญ่เราใช้เวลาไปห้างซึ่งทางมันเรียบลื่น แต่พอมาที่นี่เราไปไหนด้วยรถเมล์และเดินเป็นหลัก ถึงถนนหนทางที่นี่จะดีกว่าอยู่เมืองไทย แต่มันก็มีบางส่วนที่ขรุขระ โดยเฉพาะเวลาไปเดินที่พาร์ค ส่วนใหญ่เป็นกรวดเป็นหิน เคยเอารถเข็นเล็ก Combi ผลคือลูกหัวสั่นหัวคลอนตลอดทาง น่าสงสารอ่ะ หลับก็หลับไม่สนิทเพราะมันสั่นเกิน


พอดีพ่อได้กิฟท์การ์ดจาก Walmart มูลค่า $75 มา เราก็เลยไปซื้อรถเข็นคันใหม่ยี่ห้อ Safety First ที่ล้อใหญ่และแข็งแรงกว่าคันเดิม โดยเพิ่มเงินไปอีกแค่ $25  ข้อดีอีกอย่างของรถเข็นคันนี้คือ กระบะใต้ที่นั่งกว้างใหญ่ เวลาไปซื้อของเข้าบ้านก็ใส่มาได้เลย ไม่ต้องหิ้่วให้เมื่อยมือ และก็มีที่วางแก้วน้ำขวดนม แต่ก็เสียนิดนึงตรงที่มันหนักหน่อย แต่ใช้ไปใช้มาแม่ก้อยก็ชิน อย่างที่บอก เดี่ยวนี้กำลังแขนขาแข็งแรงม๊ากกกก ฮ่าๆ


 

 

รถเข็นใหม่ของหนูค่า

 

 

นี่เฉพาะของชิ้นใหญ่ที่ซื้อให้ลูกนะคะ ยังมีชิ้นย่อยๆอีก นี่แม่ก็ไปสอยพวกเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวให้ลูกด้วย เป็นมือสองสภาพดี ที่ไปรีบไปซื้อทั้งที่ยังไม่เข้าหน้าหนาวเพราะอากาศที่นี่แปรปรวนค่ะ ถึงเป็นหน้าร้อนแต่บางวันอากาศเหลือ 10 องศาเอง เมืองคัลการีนี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศแปรปรวนมากที่สุดเมืองนึงของแคนาดาเลยล่ะ

 

ที่เค้าบอกว่ามีลูกแล้วจะช้อปไปกับลูกมากที่สุดนั้นจริงนะ ตั้งแต่มีลูก แม่ก้อยซื้อของให้ตัวเองนับชิ้นได้เลย ส่วนใหญ่ซื้อให้ลูกนี่แหละ ยิ่งมีลูกสาวยิ่งเปลือง เสื้อผ้าของใช้ของเด็กผู้หญิงน่ารักๆทั้งน้านนน แต่ดีว่าเสื้อผ้าส่วนใหญ่มีแต่คนซื้อให้กะทิค่ะ ทั้งคุณยาย ป้าหนู เพื่อนแม่ มีลูกคนนึงจนไปสิบปีท่าจะน้อย แม่ก้อยว่าจนไปอีกยี่สิบกว่าปีมากกว่า ฮ่าๆ


 

++++++++++++

 

 

ปิดท้ายไดอะรี่วันนี้ ด้วยรูปแม่ก้อยกับกะทิที่ได้ลงนิตยสาร Modern Mom ฉบับเดือนสิงหาคมนี้ค่ะ เพื่อนมาชวนให้ส่งรูปแม่และลูกตอนแรกเกิดไปประกวด แม่ก้อยก็เลยลองฝากเพื่อนส่งก่อนหมดเขตวันเดียว กะขำๆเล่นๆ เลือกรูปที่เห็นหน้าโทรมๆน้อยที่สุด ปรากฎได้เป็นหนึ่งในคนที่ได้รางวัลค่ะ เลยได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร ส่วนของรางวัลคือกระเช้าสบู่แชมพู ฯลฯ แม่ก้อยฝากเพื่อนไปให้เพื่อนอีกคนแทน นี่ก็ให้ทั้งคุณย่าคุณยายซื้อนิตยสารไว้ให้แล้ว อยากเก็บไว้ให้กะทิว่าครั้งหนึ่ง (ในชีวิต) เราได้ลงนิตยสารกันนะลูก :D


 

 

รูปสุดท้ายคือแม่ก้อยกับกะทิค่ะ

(ส่วนรูปบนสุดเป็นเพื่อนแม่ก้อยอีกคนส่งเข้าประกวดเหมือนกัน)


 

วันนี้หนูกะทิไปก่อนนะค้า

(รูปนี้พ่อใช้โปรแกรมแต่งภาพในมือถือทำค่ะ)

 


 

 

ปล. กรอบรูปวันนี้ไม่เข้ากันเลย ทำรูปคนละรอบน่ะค่ะ

ปล.2 คุณตาแป๊ดอยากดูรูปคุณหมอสจ๊วตกับคริส ไว้เดี่ยวเค้ากลับมาจากฮอลิเดย์ (ไปอีกรอบแล้ว) จะลองขอเค้าถ่ายรูปด้วยแล้วลงให้คุณตาแป๊ดดูนะคะ

 

 

 


 

 

 


 

 

อาหารเสริมแช่แข็งแบบนี้ดีจังค่ะ ยุ่งวันเดียวไปเลยเนอะ

หนูกะทิได้ของมาเยอะแยะเลย แถมราคาโอเคเลยนะคะนั่น
000474
6 ส.ค. 2553 เวลา 10:51 น.
Ohhhhhh ของใช้เด็กๆแพงมากๆเลยค่ะ
อันเล็กนิดนึง แต่แพงกว่าของผู้ใหญ่อีก
ถ้าได้ของถูกและดีนี่ สุดยอดมากๆเลยค่ะ
high chair $5!!! กรี๊ดดด

=)
003272
6 ส.ค. 2553 เวลา 11:51 น.
ของที่นั่นถูกนะคะ ทำไม๊ทำไม เมืองไทยไม่ถูกแบบนี้มั่ง

ว่าแต่หนูกะทิน่ารักมากขึ้นทุกวันๆเลยค่ะ
000713
6 ส.ค. 2553 เวลา 15:18 น.
ของถูกจังเลยค่ะแม่ก้อย

..
กะทิจ๋าทานอาหารเสริมเยอะ ๆ นะ จะได้โตไว ๆๆ
005233
6 ส.ค. 2553 เวลา 19:59 น.
ของใช้น้องกะทิราคาน่ารักจังเลยค่ะ
อาหารเสริมก้น่าทาน พี่ก้อยทำได้น่ารักน่าทานมากๆค่ะ
003332
7 ส.ค. 2553 เวลา 03:31 น.
รถไฟมีเข็มขัดไหมคะ เห็นแร้วหวาดเจี๋ยวววว
เครื่องนึ่งอาหารพี่มีเกือบเหมือนกันเด๊ะเรยค่า แต่ว่าเด๋วนี้ไม่ค่อยได้ใช้ละ แต่ได้อ่านชื่อปลานึ่งมะนาวก็ชักอยากกินปลานึ่งมะนาวละสิ >.<
ของเด็กน้อยมือสองนี่น่าหาใช้มากนะคะ แป๊บๆเค้าก็โตแล้ว ราคาที่นั่นถูกจริงๆค่ะช่วยคุณแม่ประหยัดไปในตัวเลย :)
004939
7 ส.ค. 2553 เวลา 11:14 น.

หนูกะทิอายุไม่กี่เดือนมี่รถนั่งตั้งหลายคันแล้ว ระวังจะไม่มีที่จอด
เห็นนั่งขับรถไฟกลัวหกคะเมนลงมาเหมือนกันเพราะไม่มีอะไรกั้นด้านข้างเลย
รถเข็นใหม่คันใหญ่จังเลย กะทินั่งดูมั่นคงมาก ส่วนเจ้า combi นั่นล้างล้อให้สะอาดแล้วใช้เฉพาะภายในบ้านก็ได้
ภาษาสื่อสารของหนูตอนนี้พัฒนาไปมากแค่ใหนแล้ว?
ตาแป๊ด
7 ส.ค. 2553 เวลา 11:36 น.
มีแต่สมบัติน่ารักน่ารักทั้งนั้นเลย มีรถตั้งหลายคัน
รวยตั้งแต่เด็กเลยนะคะ ขอยืมรถหนูกระทิไปซิ่งมั่งได้มั้ยเอ่ย
005217
8 ส.ค. 2553 เวลา 00:50 น.
ของน่ารักและไม่แพงเลยค่ะ
เดี๋ยวนี้หาซื้อแต่ของให้ลูก
ส่วนของแม่นับชิ้นได้เลยนะคะ ^ ^
005222
8 ส.ค. 2553 เวลา 08:31 น.
โห.. เก้าอี้ราคาน่าซื้อมากๆ เลยน้องก้อย ดูยังดีอยู่เลยค่ะ

หนูกะทิเริ่มอาหารเสริมแล้ว ประมาณเท่าๆ กับเอเชียเลยค่ะ เอเชียก็เริ่มตอน 5 เดือน อย่างที่ก้อยบอกล่ะ ว่าดูความพร้อมของลูก ไม่เริ่มก่อน 4 เดือนเป็นใช้ได้

ถ้าลูกชอบกิน applesauce แต่บดยาก ใช้ปั่นเอาก็ได้นะคะ พี่ปั่นเอาประจำเลย ใช้ที่ปั่นอันเล็กๆ แบบมือถือ นอกจากผักสด (อโวคาโด้) ผลไม้สด พี่ถึงใช้ครูดเอาค่ะ (ใช้ช้อนครูดแล้วป้อนสดๆ) ถ้าสาวน้อยไม่ชอบซีเรียลผสมอโวคาโด้ ลองป้อนอโวคาโด้เปล่าๆ ดูสิคะ จะชอบเปล่า แต่มันไม่มีรสชาติอ่ะเนอะ ^^

ส่วนกล้วยหอม พี่ก็ให้เอเชียกินนะคะ เพราะไม่มีกล้วยน้ำว้า และเด็กฝรั่งก็กินกล้วยหอมกันทุกคน (ท้องเลยเคยชิน) แต่ว่ามันจุกง่าย ถ้าเด็กเล็กๆ แค่ช้อนชา หรือสองช้อนก็พอแล้วค่ะ พอให้ได้วิตามิน แต่เอเชียชอบนะ ขอกินอีก (แย่งจากมือพี่ไปเลย) แต่ตอนนั้นพี่ก็ไม่กล้าให้กินเยอะเหมือนกัน ค่อยๆ เริ่มทีละนิด ให้ท้องเคยชินค่ะ

รถเข็นคันใหม่สวยจังเลย สีสวยถูกป้า อิอิ.. มีตะกร้าอันใหญ่ ถูกใจแม่ (จะได้ช้อปปิ้งได้เยอะ ใช่เปล่าๆๆ)

รูปขับรถไฟน่ารักเชียว ^^

happy Mother's day นะค้าบคุณแม่
005233
12 ส.ค. 2553 เวลา 01:42 น.
ตำราฝรั่งบอกว่าให้กินปลาทะเลได้ตั้งแต่เจ็ดเดือนอะค่ะ เป้ก็ป้อนแซมม่อนตั้งแต่เจ็ดเดือนเลยเหมือนกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ส่วนอาหารทะเลอื่นๆที่ไม่ใช่ปลาถึงให้ตอนหลังขวบนึงน่ะค่ะ

รถไฟเหมือนของตู้ปลาเล้ย แต่ของตู้ปลาเป็นหมีพูห์ แก่แล้ว (ขวบแปดเดือน) ก็ยังชอบอยู่เลย อิอิ
000163
12 ส.ค. 2553 เวลา 22:18 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic